Get Adobe Flash player

Celiac Disease


โรค Celiac เป็นโรคที่เกิดจากการแพ้ตัง (ตัง มาจากภาษาลาติน ตัง”กาว” เป็นองค์ประกอบของโปรตีนที่เรียกว่า gliadin และ glutenin เหล่านี้อยู่ติดกันกับแป้งใน endosperms
แผ่นบางเฉพาะอย่างยิ่ง ข้าวสาลี ข้าวไร และบาร์เลย์)

Gliadin และ glutenin ประกอบด้วยประมาณ NATIONAL HAIR INSTITUTE 80% ของโปรตีน ที่มีอยู่ในเม็ดข้าวสาลีทั่วโลกตังเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญของอาหาร ทั้งในอาหารที่เตรียมโดยตรงจากแหล่งที่มีมันและเป็นสารเติมแต่งในอาหารอย่างอื่นในโปรตีนต่ำ

โรค celiac เป็นโรคภูมิต้านทานเนื้อเยื่อผิดปกติที่สำไส้เล็กที่เกิดขึ้นได้ทุกเพศทุกวัย เกิดจากปฏิกิริยา gliadin, prolamin(ตังโปรตีน) ที่พบในข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไร เมื่อสัมผัสกันกับเอ็นไซน์ gliadin และ prolamins อื่นๆบางอย่างของเอ็นไซน์ในเนื้อเยื่อที่ลำไส้เล็ก ทำให้เกิดการอักเสบ รบกวนการดูดซึมของสารอาหารในลำไส้ ผู้ป่วยโรคนี้จะมีอาการถ่ายเหลวเป็นน้ำ บางคนถ่ายเป็นมูกมัน แน่นท้องมีลมในท้องมาก คลื่นไส้อาเจียน ปากเป็นแผล บางคนน้ำหนักลด การรักษาต้องหลีกสารอาหารเหล่านี้


เราทราบได้อย่างไรว่าแพ้อาหาร

ผู้ป่วยส่วนใหญ่อาการไม่มากนัก แต่บางรายเป็นมากถึงกับเสียชีวิต อาการมักจะหายไปเมื่อหยุดสารนั้น แต่บางคนอาการจะคงอยู่เป็นเวลาหลายวัน อาการมักจะเกิดหลังรับประทานอาหารโดยมากไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังรับประทานอาหาร


อาการของโรค celiac ที่พบบ่อยที่สุด

 

  • ท้องเสียเรื้อรัง อาการปวดท้อง มีก๊าซในลำไส้
  • ปวดข้อ เจ็บตามกล้ามเนื้อ เจ็บเวลาถูกสัมผัส
  • นอนไม่หลับ อ่อนเพลีย หงุดหงิด เวียนศีรษะ
  • ปลายประสาทอักเสบ ชาปลายเท้า ปวดเหมือนมีเข็มแทงมักเป็นเวลากลางคืน
  • ผมร่วง ผมร่วงเป็นหย่อม
  • แผลในปาก โลหิตจาง


การป้องกัน

 

  • หลีกเลี่ยงอาหารที่แพ้
  • ตรวจสลากอาหารว่ามีสาร sodium bisulfate,potassium bisulfate, sodium sulfite, sulfur dioxide, and potassium metabisulfite หากมีให้เลี่ยงอาหารนั้น
  • รับประทานวิตามิน
  • แคลเซียมซีเตรท 500-700 mg
  • B12 -50mg
  • ไบโอติน(B7) 50 mg
  • Piboflavin(B2)-50mg
  • B1-50 mg
  • B3-50mg
  • folate (B9)-400mg
  • Vitamin D(D3)-200IU