Get Adobe Flash player

การดูแลรักษาผมร่วง ผมบางทางคลีนิก

1. Minoxidil

มีชื่อทางการค้ามากมาย  อาทิ เช่น  Rogaine, Reten  ผลิตออกมาจำหน่ายเป็นเวลานานกว่า  15  ปี เป็นยาที่เดิมผลิตขึ้นมาเพื่อ ใช้ลดความดันเลือด แต่พบว่าผู้ป่วยความดันเลือดสูงที่กินยานี้มีผลข้างเคียงอย่างหนึ่ง  คือ  มีขนขึ้นตามที่ต่างๆ  ของร่างกายมากกว่าปกติ  จึงมีการศึกษาเพื่อนำมาใช้รักษาผมร่วง  กลไกออกฤทธิ์ของยาไม่ทราบแน่ชัด  แต่พบว่าทำให้เส้นผมที่เล็กลงกลับมาคงตัวอยู่ได้  และมีอายุยาวขึ้น  ผลนี้จะอยู่ตราบเท่าที่ได้รับยา  และร่วงไปเมื่อเริ่มหยุดยา  ผมก็จะร่วงหายไป ผลข้างเคียงทำให้ความดันเลือดตก  บางรายอาจมีหนังศีรษะแห้ง  และคันศีรษะ  และผมร่วงเมื่อหยุดใช้ยา
ประเภทของยามีทั้งรูปแบบชนิดน้ำ  มีความเข้มข้น  3-5%  ใช้หยดลงบนหนังศีรษะ และชนิดเม็ด  มีความเข้มข้น  5-10 มก.  ใช้รับประทานทุกวัน  วันละ  1  เม็ด  เมื่อใช้ไปอย่างน้อยประมาณ  3- 6 เดือน  และมีผู้ตอบสนองยา  1 ใน 3 ราย  ได้ผลไม่เกินร้อยละ  40%  หลังหยุดใช้ยา  ผมจะร่วงเหมือนเดิม
2. Finasteride (ฟิแนสเทอไรด์ )
ชื่อการค้าว่า  “ Propecia ”  เดิมผลิตขึ้นมาเพื่อใช้รักษาภาวะต่อมลูกหมากในผู้สูงอายุ  โดยการออกฤทธิ์ของยา ต้านการออกฤทธิ์ฮอร์โมนเพศชายได้  ทำให้ต่อมลูกหมากฝ่อลง  และฤทธิ์ยานี้เอง ที่นำไปใช้รักษาผมร่วงที่เกิดจาก  Androgenetic alopecia  โดยการศึกษาพบได้ว่าเป็นยาออกฤทธิ์ต้านฮอร์โมน  Dihydro Testosterone  (  5  ALPHA  REDUCTASE  INHIBITOR  TYPE  II )  โดยใช้ขนาดยาวันละ  1  มก.  โดยกินยาวันละครั้งเมื่อใช้ไปอย่างน้อย  6 เดือน  ถึง  1 ปี  ผลนี้จะอยู่ตราบเท่าที่ใช้ยา
เมื่อหยุดใช้ยานี้ผมก็หลุดร่วงเหมือนเดิม ผลข้างเคียงที่สำคัญของยานี้  ได้แก่  ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ  พบได้ประมาณร้อยละ  3  ของผู้ใช้ยา  นอกจากนี้ยังห้ามใช้ยานี้ในผู้หญิง  โดยเฉพาะผู้มีครรภ์  เนื่องจากอาจทำให้มีความผิดปกติของทารกในครรภ์ได้

การดูแลรักษาผมร่วง ผมบางของ ทางเรานั้นเน้นในเรื่องของการใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดมาจากธรรมชาติ จึงมั่นใจได้ว่าไม่มีผลข้างเคียง    ใช้วิธีการปรับสมดุลฮอร์โมนจากภายใน และกระตุ้นการเจริญเติบโต ของเส้นผมจากภายนอก หลังจากหยุดใช้ ไม่ทำให้ผมกลับมาหลุดร่วงใหม่  เนื่องจากผมที่ขึ้นใหม่ มีโครงสร้างและมีความแข็งแรงมากขึ้น...

อ่านต่อเพิ่มเติม